English

ร้านอาหารควรโพสต์โซเชียลบ่อยแค่ไหน ถึงจะทำให้ลูกค้าไม่ลืมร้าน

Social media profile cards of diners shown on a phone. การ์ดโปรไฟล์โซเชียลมีเดียของลูกค้าบนหน้าจอมือถือ

ร้านอาหารควรโพสต์โซเชียลบ่อยแค่ไหน ถึงจะทำให้ลูกค้าไม่ลืมร้าน

จำนวนโพสต์ต่อสัปดาห์ไม่ได้สำคัญเท่าความสม่ำเสมอและสัดส่วนคอนเทนต์ นี่คือจังหวะที่เจ้าของร้านซึ่งไม่มีทีมคอนเทนต์ทำได้จริง

เจ้าของร้านส่วนใหญ่ที่ถามว่า ร้านอาหารควรโพสต์โซเชียลบ่อยแค่ไหน จริง ๆ แล้วอยากได้ตัวเลขไปบอกน้องในร้าน แล้วจบเรื่องนี้ไปเลย ตัวเลขที่พอใช้เป็นจุดตั้งต้นคือ สัปดาห์ละ 3 ถึง 4 โพสต์ในช่องทางหลัก บวกสตอรี่หรือคลิปสั้นในวันที่เปิดร้าน แต่ตัวเลขเป็นแค่ครึ่งเดียวของคำตอบ ร้านที่โพสต์สัปดาห์ละ 3 ครั้งต่อเนื่องทั้งปี จะชนะร้านที่โพสต์วันละ 2 ครั้งอยู่หกสัปดาห์แล้วหายเงียบ เพราะสิ่งที่ทำให้ลูกค้านึกถึงร้านตอนหิว ไม่ใช่ความถี่ แต่คือความสม่ำเสมอ

คำตอบสั้น ๆ ของคำถามที่ว่า ร้านอาหารควรโพสต์โซเชียลบ่อยแค่ไหน

ลองใช้กรอบนี้เป็นจุดเริ่ม แล้วปรับลงมาให้เหลือเท่าที่ทีมหน้าร้านทำได้จริงในสัปดาห์ที่วุ่นที่สุด

  • Instagram: ฟีดหรือ Reels สัปดาห์ละ 3 ถึง 4 โพสต์ และลงสตอรี่ในวันที่เปิดร้าน สตอรี่คือพื้นที่ของคำว่า “วันนี้” เมนูพิเศษของวัน วัตถุดิบที่เพิ่งเข้า คิวหน้าร้านตอนหกโมงเย็น
  • Facebook: สัปดาห์ละ 2 ถึง 3 โพสต์ ยังเป็นช่องทางที่ทำงานได้ดีกับอีเวนต์ เซตเมนู เวลาเปิดปิด และแคปชั่นยาวที่เล่าเรื่องได้จริง
  • TikTok: สัปดาห์ละ 2 ถึง 3 คลิป ถ้าถ่ายไหว TikTok เป็นช่องทางเดียวที่คนซึ่งไม่เคยรู้จักร้านคุณมาก่อน มีโอกาสเจอร้านคุณ
  • LINE OA: ไม่ต้องบ่อย เดือนละ 2 ถึง 4 ครั้งก็พอ แต่ทุกครั้งที่ส่ง ต้องมีเหตุผลให้ลูกค้ากลับมาจริง ๆ

ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่าไม่ไหว ให้ตัดครึ่งแล้วทำให้ได้ตลอด สัปดาห์ละ 2 โพสต์ที่อยู่ได้ทั้งปี ดีกว่าสัปดาห์ละ 5 โพสต์ที่เลิกทำตอนเดือนที่สอง

ทำไมความสม่ำเสมอถึงสำคัญกว่าจำนวนโพสต์

เหตุผลแรก โพสต์เดียวไม่เคยไปถึงคนที่กดติดตามคุณครบทุกคน ฟีดทุกวันนี้เรียงตามความสนใจ ไม่ได้เรียงตามเวลา แต่ละโพสต์จึงเข้าถึงคนได้เพียงบางส่วนเสมอ (คำว่า reach หมายถึงจำนวนบัญชีที่เห็นโพสต์นั้น) การโพสต์อย่างสม่ำเสมอคือวิธีสะสมการเข้าถึงทีละนิด จนกลายเป็นความจำในหัวลูกค้า

เหตุผลที่สองคือจังหวะการตัดสินใจ ลูกค้าไม่ได้เลือกร้านตอนที่คุณกดโพสต์ เขาเลือกตอนสิบเอ็ดโมงครึ่งวันพุธที่ออฟฟิศเริ่มหิว หรือตอนหกโมงเย็นวันศุกร์ที่มีคนพิมพ์ในกลุ่มไลน์ว่าเย็นนี้กินอะไรดี หน้าที่ของคอนเทนต์คือทำให้ชื่อร้านคุณโผล่ขึ้นมาในหัวภายในสามสิบวินาทีนั้น ความจำแบบนั้นสร้างจากการเห็นบ่อย ๆ ไม่ใช่จากการเห็นครั้งเดียวแบบจัดเต็ม

สัดส่วนคอนเทนต์สำคัญกว่าปฏิทินโพสต์

โพสต์จานเดิม มุมเดิม สิบครั้ง ไม่ใช่ความสม่ำเสมอ แต่คือวอลเปเปอร์ สัดส่วนที่ใช้ได้กับร้านส่วนใหญ่หน้าตาประมาณนี้

  • อาหาร ใกล้ ๆ และร้อน ๆ ประมาณครึ่งหนึ่งของโพสต์ทั้งหมด เน้นทีละจาน และควรเป็นจานที่คุณอยากขายจริง ๆ ไม่ใช่ยกมาทั้งเมนู
  • คนและบรรยากาศในร้าน เชฟกำลังจัดจาน ทีมงานก่อนเปิดร้าน มุมบาร์ตอนแดดร่ม สิ่งเหล่านี้ทำให้ร้านกลายเป็นที่ที่คนอยากไป ไม่ใช่แค่รายการอาหาร
  • เหตุผลที่ต้องมาภายในสัปดาห์นี้ เซตเมนูใหม่ เมนูพิเศษเสาร์อาทิตย์ ดนตรีสดคืนวันศุกร์ เมนูช่วงเทศกาลกินเจ ถ้าขาดข้อนี้ ฟีดคุณจะสวยแต่ไม่ทำให้ใครลุกจากโซฟา
  • เสียงจากคนอื่น รูปที่ลูกค้าแท็กมา รีวิวที่คุณภูมิใจ คิวหน้าร้านที่ไม่ได้จัดฉาก คำพูดของคนอื่นน่าเชื่อกว่าคำพูดของร้านเองเสมอ

ถ้าจะแก้แค่เรื่องเดียว ให้แก้ตรงนี้ ทุกสัปดาห์ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งโพสต์ที่ให้เหตุผลชัดเจนว่าทำไมต้องจองโต๊ะหรือแวะมาภายในเจ็ดวันนี้ นั่นคือโพสต์ที่เปลี่ยนยอดวิวให้กลายเป็นลูกค้าที่นั่งอยู่ในร้านจริง

ถ้าไม่มีเวลา และไม่มีทีมคอนเทนต์

นี่คือข้อจำกัดจริงของร้านส่วนใหญ่ และการทำเป็นมองไม่เห็นปัญหานี้ คือสาเหตุที่แผนคอนเทนต์ตายตั้งแต่เดือนแรก ทางออกไม่ใช่การมีวินัยมากขึ้น แต่คือการทำให้มีเรื่องต้องตัดสินใจน้อยลง

  • ถ่ายทีเดียว ใช้ทั้งสัปดาห์ สัปดาห์ละครั้ง ครั้งละ 15 นาที ก่อนเปิดร้าน ในมุมที่แสงธรรมชาติดีที่สุดของร้าน หนึ่งรอบได้รูปกับคลิปสิบกว่าชิ้น พอสำหรับทั้งสัปดาห์
  • ติดลิสต์ช็อตไว้ที่ผนังครัว เมนูพระเอก มือกำลังราดน้ำหรือจัดจาน มุมกว้างของร้าน คลิปตอนตัดหรือดึงอาหาร มีลิสต์แล้วน้องในร้านถ่ายเองได้ โดยที่เจ้าของไม่ต้องยืนคุม
  • เขียนแคปชั่นรวดเดียว เดือนละครั้ง นั่งเขียนสิบแคปชั่นเก็บไว้ในโน้ต การนั่งคิดแคปชั่นตอนสี่ทุ่มหลังปิดร้าน คือวิธีที่ทำให้สุดท้ายไม่ได้โพสต์อะไรเลย
  • ตั้งเวลาโพสต์ล่วงหน้า จัดคิวทั้งสัปดาห์ในวันอาทิตย์ เหลือช่องว่างไว้หนึ่งช่องสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงหน้าร้าน
  • ให้คนเดียวรับผิดชอบ ไม่ใช่ทั้งทีม คนเดียว สัปดาห์ละหนึ่งชั่วโมง พร้อมเช็กลิสต์ที่ชัดเจน

ถ้าเวลาหนึ่งชั่วโมงต่อสัปดาห์นั้นไม่มีอยู่จริงในธุรกิจของคุณ ทางที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือเลิกฝืน แล้วให้คนที่ทำเรื่องนี้เป็นงานหลักดูแลจังหวะการโพสต์แทน วิธีที่เร็วที่สุดในการดูว่าแนวทางนี้เหมาะกับร้านคุณหรือไม่ คือ คุยกับทีมของเราแบบไม่มีข้อผูกมัด แล้วเล่าให้ฟังว่าหนึ่งสัปดาห์ปกติของร้านคุณเป็นอย่างไร

แต่ละแพลตฟอร์มทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน

โพสต์เหมือนกันทุกช่องทางไม่ใช่เรื่องผิด และใช้เป็นพื้นฐานได้ แต่ควรรู้ว่าแต่ละที่ทำหน้าที่อะไร

  • Instagram คือเมนูภาพและด่านตัดสินใจ คนกดเข้ามาดูก่อนจอง หน้าฟีดจึงต้องให้ความรู้สึกเดียวกับตอนเดินเข้าร้านจริง
  • Facebook ยังแรงในระดับพื้นที่ กลุ่มคนแถวนั้น กลุ่มรีวิวร้านอร่อยในย่าน อีเวนต์ ครอบครัว และกลุ่มออฟฟิศที่หาร้านมื้อกลางวัน
  • TikTok คือช่องทางค้นพบ เป็นที่เดียวที่คลิปเดียวพาคนที่ไม่เคยรู้จักร้านคุณมาต่อคิวหน้าร้านได้
  • LINE OA คือที่อยู่ของลูกค้าประจำ ไม่ใช่ช่องทางหาลูกค้าใหม่ แต่เป็นช่องทางพาคนกลับมา และเป็นวิธีที่ประหยัดที่สุดในการเพิ่มรอบการกลับมาของคนที่ชอบร้านคุณอยู่แล้ว

ดูอย่างไรว่าจังหวะการโพสต์ได้ผล

ยอดผู้ติดตามเป็นตัวเลขที่หลอกตาที่สุด ให้ดูสัญญาณที่อยู่ใกล้ยอดขายมากกว่า

  • ยอดเซฟและยอดแชร์ แปลว่ามีคนกำลังวางแผนจะมา หรือกำลังชวนเพื่อน
  • คนกดเข้ามาดูโปรไฟล์ กดดูเส้นทาง หรือกดลิงก์จองโต๊ะ
  • ข้อความที่ทักเข้ามาถามโต๊ะ ถามเมนู ถามที่จอดรถ
  • เมนูที่คุณโพสต์สัปดาห์นี้ ขายดีขึ้นหรือไม่ ตัวเลขนี้อยู่ในยอดขายและยอดใช้จ่ายต่อหัว ไม่ได้อยู่ในยอดไลก์

ให้เวลากับจังหวะที่เลือกอย่างน้อย 8 ถึง 12 สัปดาห์ก่อนจะตัดสินว่าได้ผลหรือไม่ โซเชียลเป็นช่องทางที่ผลลัพธ์ค่อย ๆ ทบต้น และเจ้าของร้านจำนวนมากถอดใจตอนที่มันกำลังจะเริ่มทำงานพอดี

เลือกจังหวะที่คุณทำได้ตลอดทั้งปี

ตารางโพสต์ที่ดีที่สุดคือตารางที่ยังอยู่รอดในอีกสามเดือนข้างหน้า เลือกความถี่ที่ทำได้แม้ในสัปดาห์ที่วุ่นที่สุด รักษาสัดส่วนคอนเทนต์ให้ครบ แล้วปล่อยให้มันสะสมผลไปเรื่อย ๆ ถ้าอยากให้มีทีมดูแลส่วนนี้แทน ในขณะที่คุณโฟกัสกับหน้าร้าน นัดคุยกับทีมของเรา แล้วเราจะพาดูว่าคอนเทนต์หนึ่งเดือนที่ทำได้จริงสำหรับร้านคุณ หน้าตาเป็นอย่างไร